แบบบ้านสามชั้น

แบบบ้านสามชั้น

แบบบ้านสามชั้น

แบบบ้านสามชั้น

แบบบ้านสามชั้น บ้านโมเดิร์น เรียบซ่อนหวาน กับเหล็กฉลุลายกุหลาบในการสร้างบ้านนั้น บางครั้งเราก็พบปัญหาเรื่องความต้องการกับความเป็นจริงที่ทำงานแบบผกผัน อย่างเช่น ต้องการบ้านหลังใหญ่แต่งบประมาณไม่อำนวย ต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก แต่พื้นที่มีน้อย หรืออยากได้ความเป็นส่วนตัว

ในขณะที่ต้องการมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบข้างได้ สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้เพียงแต่ต้องจัดสรรเกลี่ยให้ทุกอย่างลงตัว ซึ่งสถาปนิกก็มีส่วนช่วยให้การแก้โจทย์เป็นไปได้อย่างราบรื่น เหมือนบ้านนี้ที่ภายนอกดูเรียบร้อย แต่กว่าจะสำเร็จก็ต้องผ่านการปรับแก้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะส่งมอบบ้านในฝันของพวกเขาได้โดยไม่กระทบต่อฟังก์ชันทำงานและด้านสุนทรียศาสตร์แบบบ้าน

บ้านพื้นที่ใช้สอย 228 ตารางเมตร หลังนี้

แบบบ้านสามชั้น

สร้างในเขตที่อยู่อาศัยของ Kareliabugh ใน Vadodara ประเทศอินเดีย เป็นหนึ่งโครงการที่ท้าทายสถาปนิก DGA ในการทำงาน เพราะเนื้อที่ค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับความต้องการใช้งานขนาดใหญ่ และยังอยากให้มีความเป็นส่วนตัวจากถนนโดยที่ยังสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกได้ ทีมงานจึงใช้การใส่ฟาซาดฉลุลายโปร่งๆ เป็นปราการให้บ้านปกป้องจากสายตาให้ความเป็นส่วนตัวเพียงพอจากบ้านข้างเคียง  แต่ยังคงรับแสง ลม และมีส่วนร่วมกับบริบทรอบข้างได้

ฟังก์ชันภายในที่ต้องการมีสี่ห้องนอน พร้อมห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นทั้งหมด สถาปนิกจัดให้ส่วนใช้งานร่วมกันแบบสาธารณะอยู่ในชั้นล่างทั้งหมดในรูปแบบ open plan ไม่มีผนังแบ่งกั้นแยกสัดส่วนเป็นห้องเล็กห้องน้อย ดังนั้นแต่ละจุดของบ้านจึงเข้าถึงกันได้หมดทำให้บ้านดูกว้างและไม่อึดอัด เมื่อประกอบกับการเลือกใช้โทนสีกลาง ๆ อย่างสีขาว สีเทา และงานไม้ก็จะช่วยให้บ้านดูสบายตา

ความกังวลเรื่องพื้นที่จะคับแคบถูกทำให้หายไปได้จากแนวคิดหลัก ๆ คือ พยายามลดผนังแบ่งห้องให้มากที่สุดเพื่อเปิดสเปซโล่งกว้าง การเลือกใช้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งเท่าที่จำเป็น ลดการใช้พื้นที่แนวนอนให้มากที่สุด และการเปิดผนังให้เป็นอิสระ (เท่าที่จะทำได้) อย่างบ้านนี้เลือกใช้ผนังกระจกบานเกล็ดและประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ทำให้ดูเหมือนขอบเขตของบ้านถูกเบลอจนเหมือนไร้ผนัง

แบบบ้านสามชั้น

ครัวที่ขยับแยกเข้าไปในโซนด้านหลังบ้าน จะมีประตูที่สามารถเลื่อนออกเชื่อมต่อพื้นที่ และปิดเพื่อป้องกันกลิ่นควันลอยไปรบกวนพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนได้ จากการเลือกใช้ผนังและประตูกรุกระจกทำให้คนที่อยู่ในครัว ยังรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านโดยไม่ถูกตัดขาดจากส่วนอื่นๆ แปลนบ้านจัดสรร เหมือนบ้านยุคเก่าในท่ามกลางพื้นที่ใช้งานของบ้านที่มีทั้งความดิบแข็งของคอนกรีต สลับกับของตกแต่งสไตล์อินเดียพอได้กลิ่นอายแดนภารตะ

สายตาก็ถูกดึงให้โฟกัสไปที่บันไดที่อยู่ติดผนัง เป็นแผ่นเหล็กดัดให้เป็นรูปร่างขั้นบันไดเหมือนงาน pop-up สีส้มสดใสโดดเด่นจากพื้นหลังสีเทาที่ตกแต่งบางจุดด้วยแผ่นไม้ MDF เซาะร่องสร้าง texture  เพิ่มมุมมองใหม่ให้กับบ้านทั้งหลัง

แบบบ้านสามชั้น

ผนังตรงบันไดตกแต่งด้วยแผ่นเหล็กฉลุลายเหมือนครอสติชรูปดอกกุหลาบ ฉากเจาะรูนี้นอกจากเพิ่มความสวยงามให้กับส่วนหน้าของบ้านแล้ว แสงที่ทะลุผ่านเข้ามายังสร้างมิติของแสงเงาตกกระทบบนผนังด้านในบ้านด้วย แถมยังช่วยให้ลมตะวันตกพัดผ่านไหลเข้าบ้านพร้อมควบคุมแสงแดดที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้อีก โดยมีแสงส่องลงบนผนังจากช่องสกายไลท์ด้านบนสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบ้านเมื่อเราก้าวตามบันไดขึ้นไปอีกชั้นจะมีห้องนอน 2 ห้อง

พร้อมห้องบูชาอยู่ด้านนอก ห้องนอนใหญ่จะเปิดกว้างด้านที่ไม่ติดกับใครใส่กระจกมีมุ้งลวดกันแมลงและยุง สำหรับด้านที่อยู่ในระยะสายตาคนจะใช้แผ่นเหล็กเจาะรู ให้ความเป็นส่วนตัว เพิ่มความปลอดภัยเพียงพอ และช่วยพรางแสงแดดทางทิศตะวันตกได้ดี แม้จะปิดเอาไว้ลมก็ยังไหลผ่านเข้ามาในห้องสร้างความสบายทั้งวันพื้นบ้านใช้วัสดุหลัก ๆ เป็นหินโกตาหลากสีที่มีขนาดแตกต่างกัน ความเรียบง่ายและเย็น

แบบบ้านสามชั้น

ทำให้ความรู้สึกโดยรวมของบ้านเต็มไปด้วยความสงบและจิตวิญญาณของความเป็นพื้นถิ่น ที่ผสมผสานเข้ากับบ้านร่วมสมัยได้อย่างดี บ้านที่พื้นที่แคบ เล็ก แต่ต้องการพรางตาให้ดูกว้าง ลองทำตามแบบบ้านหลังนี้ คือ พยายามลดอุปสรรคที่กั้นสายตาให้มากที่สุด อย่างเช่น ผนังห้องที่ไม่จำเป็น

จุดไหนสามารถยุบรวมกันได้ก็ทำให้กลายเป็นสเปซใหญ่ ๆ เพื่อเพิ่มความลื่นไหลในการสัญจร และจะทำให้แสง ลม เดินทางได้ดีขึ้นด้วย ความโปร่งเบาและเป็นอิสระของบ้านก็เพิ่มความรู้สึกกว้างให้บ้านได้ด้วยการเลือกใช้วัสดุกระจกเป็นตัวช่วย เป็นต้น

บ้าน 3 ชั้น เหมาะกับใคร

จำนวนชั้นของบ้าน เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา และยังบอกได้ว่าบ้านที่ต้องการซื้อนั้นเหมาะกับการอยู่อาศัยหรือไม่ โดยปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยให้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเป็นเทรนด์หลังจากการมาของโควิด-19 ด้วยความที่บ้าน 3 ชั้น มีความโดดเด่นในเรื่องพื้นที่ใช้สอยที่มีเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ได้รับความสนใจ โดยบ้าน 3 ชั้น เหมาะกับคนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่มากยิ่งขึ้น และอื่น ๆ ตามเช็กลิสต์ 10 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. เคยอยู่อาคารพานิชย์มาก่อน ชินกับการอยู่อาศัยหลายชั้น

2. ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ช่วงที่ต้อง Work From Home

3. ต้องการความเป็นส่วนตัว เป็นสัดเป็นส่วน อยู่กันละชั้น

4. ครอบครัวใหญ่ จำนวนสมาชิกอาศัยอยู่ร่วมกันหลายคน

5. ต้องการจำนวนห้องที่เพียงพอกับจำนวนสมาชิก เช่น ห้องนอน 3 ห้อง หรือมากกว่า

6. รองรับครอบครัวขยาย จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นในอนาคต

7. ไม่มีผู้สูงอายุพักอาศัยอยู่ด้วย เพราะการขึ้นลงบ้าน 3 ชั้น ทำได้ลำบาก

8. หากมีผู้สูงอายุ ต้องมีห้องนอนผู้สูงอายุชั้นล่าง สามารถปรับเปลี่ยนได้

9. เปิดบริษัททำธุรกิจ ปรับเปลี่ยนบ้าน 3 ชั้น เป็นออฟฟิศ สำนักงาน

10. มีงบประมาณ บ้าน 3 ชั้น ส่วนใหญ่ราคาแพง และอยู่ในทำเลเมือง

สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนซื้อบ้าน 3 ชั้น

1. ความต้องการ ฟังก์ชั่น และขนาดพื้นที่ใช้สอย

การกำหนดความต้องการใช้งานในบ้านหรือฟังก์ชั่นของบ้าน มีผลต่อขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนชั้นและลักษณะของบ้าน เช่น ซื้อบ้าน 3 ชั้น เพื่อเตรียมขยายครอบครัว จึงต้องการจำนวนห้องที่มากขึ้น เพื่อรองรับจำนวนสมาชิก หรือเพื่อทำธุรกิจควบคู่ด้วย เช่น เปิดเป็นโฮมออฟฟิศ หรือปล่อยเช่าบางส่วน

ก่อนซื้อบ้านจึงควรเช็กลิสต์ความต้องการว่า บ้าน 3 ชั้น เหมาะและตอบโจทย์หรือไม่ เพื่อปรึกษาสถาปนิกให้ออกแบบตรงตามความต้องการกรณีสร้างบ้าน 3 ชั้น หรือเลือกแบบบ้านที่ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด ในกรณีที่ซื้อบ้าน 3 ชั้น โครงการหมู่บ้านจัดสรร

2. ขนาดที่ดิน

ขนาดที่ดิน เป็นอีกหนึ่งข้อคำนึงก่อนตัดสินใจเลือกแบบบ้านชั้นเดียว บ้าน 2 ชั้น หรือบ้าน 3 ชั้น เนื่องจากการสร้างบ้านมีกฎหมายควบคุม ซึ่งต้องคำนึงถึงระยะร่นแนวอาคาร ดังนั้น ต้องรู้ขนาดที่ดินเพื่อหักลบระยะร่นออกไป จากนั้นจึงพิจารณาความเหมาะสมในการสร้างบ้านให้เหมาะสมกับขนาดที่ดิน เช่น หากมีที่ดินขนาดใหญ่ จะสามารถสร้างบ้านชั้นเดียวหรือบ้าน 2 ชั้นได้ตามฟังก์ชั่นการใช้งาน

แต่หากมีที่ดินขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อหักลบระยะร่นออกแล้ว การสร้างบ้าน 2 ชั้นหรือบ้าน 3 ชั้น อาจเหมาะสมกว่า เพราะสามารถเพิ่มขนาดพื้นที่ใช้สอยในทางสูงได้นั่นเอง

3. ทำเลที่ตั้ง

ด้านทำเลที่ตั้ง ควรดูบริบทโดยรวมว่าที่ดินอยู่ในทำเลไหน เช่น ทำเลเมือง พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ต้องรู่ก่อนซื้อบ้าน สภาพแวดล้อมโดยรอบ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกแบบบ้าน ลักษณะของบ้านที่จะสร้างหรือซื้อจึงต้องพิจารณาด้านทำเลที่ตั้งร่วมด้วยตามความเหมาะสม และนำมาเปรียบเทียบกัน เช่น ซื้อบ้าน 3 ชั้น ทำเลเมือง ราคาที่ดินแพง ราคาบ้านก็สูงตามไปด้วย หรือจะเป็นบ้าน 3 ชั้น ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ขยับออกทำเลชานเมือง เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง หรือบ้านใต้ถุนสูง ในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม เป็นต้น

3. งบประมาณ

ไม่ว่าจะซื้อบ้านหรือสร้างบ้าน ต้องมีงบประมาณที่พร้อม ควรรู้ความสามารถการกู้ของตนเอง คำนวณวงเงินกู้สูงสุด เพื่อตรวจสอบยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับการพิจารณาจากธนาคารและยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน รวมทั้งควรเก็บออมเงินดาวน์

แม้ว่าปัจจุบันจะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ทำให้ผู้ซื้อกู้ได้เต็ม 100% โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ แต่โดยปกติแล้วธนาคารจะปล่อยสินเชื่อกู้บ้านได้สูงสุด 90% ของราคาบ้าน

เช่นเดียวกันในกรณีสร้างบ้าน 3 ชั้น ก็มีเรื่องของวัสดุก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ควรศึกษาข้อมูล หรือปรึกษาสถาปนิกก่อนตัดสินใจเช่นเดียวกัน

4. ค่าส่วนกลาง

ค่าส่วนกลางคิดตามขนาดที่ดิน/พื้นที่ใช้สอย ยิ่งมีขนาดที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยมาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ส่วนใหญ่จึงกำหนดให้การคำนวณค่าส่วนกลางคิดตามตารางวาสำหรับโครงการหมู่บ้านจัดสรรหรือคิดเป็นตารางเมตรสำหรับโครงการคอนโด

5. ค่าบำรุงรักษา

การซื้อที่อยู่อาศัย มีรายจ่ายอีกมากมายที่ต้องนำมาคิดคำนวณด้วย ไม่ว่าจะเป็น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง ค่าประกันภัย ค่าน้ำ-ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบ้าน

สำหรับบ้าน 3 ชั้น นอกจากตอบโจทย์การอยู่อาศัย การดูแลรักษาก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เมื่อบ้านมีจำนวนชั้นเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น จึงมีหลาย ๆ จุดภายในบ้านที่ต้องตรวจเช็กและดูแลมากขึ้น กรณีที่เกิดความชำรุด เสียหาย ต้องเสียค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ทาสีใหม่ อุดซ่อมแซมรอยแตกร้าว น้ำรั่ว กำจัดปลวก และที่สำคัญ คือ การดูแลทำความสะอาดที่เหนื่อยขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

หลังจากรู้แล้วว่าบ้าน 3 ชั้น เหมาะกับใคร บ้าน 3 ชั้น มีลักษณะอย่างไร และสิ่งที่ต้องคำนึงก่อนซื้อบ้าน 3 ชั้นนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้การตัดสินใจเลือกแบบบ้านได้ง่ายขึ้นแล้ว ควรสอบถามความเห็นชอบจากสมาชิกในครอบครัวที่ต้องอยู่อาศัยร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนในบ้าน รวมทั้งเจ้าของบ้านอยู่แล้ว ตอบโจทย์การอยู่อาศัย และเติมเต็มความสุขได้ครบในทุกมิติ