บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น ทาวน์โฮมมินิมอล สุขสบายในพื้นที่ไม่ถึง 150 ตร.ม. ข้อได้เปรียบของบ้านแปลงหัวมุม ไม่ว่าบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์หรือทาวน์โฮม มักมีพื้นที่ข้างบ้านเหลือไว้สำหรับจัดสวนและใช้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีระยะห่างจากเพื่อนบ้านหลังอื่น ทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัวและปลอดโปร่งกว่าบ้านที่ติดกับเพื่อนบ้านทั้งสองด้าน ซึ่งคู่รักเจ้าของบ้านแปลงหัวมุมหลังนี้ ทราบถึงความโชคดีตรงส่วนนี้ดี จึงได้ทำการปรับปรุงบ้านทาวน์โฮมในรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างเต็มที่

อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่า ทาวน์โฮมหลังนี้อยู่แปลงหัวมุมถนน ติดถนนถึงสองด้าน จึงได้ทำการเปลี่ยนทางเข้าบ้านเสียใหม่ ให้มีความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวมากยิ่งขึ้น ทั้งยังล้อมรั้วกำแพงทึบทาสีขาว เพิ่มความปลอดภัยและบดบังการพักผ่อนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบบ้าน

ออกแบบโรงจอดรถไว้ข้างบ้าน มีกำแพงสีขาวลักษณะเดียวกับรั้วบ้าน แบ่งกั้นพื้นที่ระหว่างกันเอาไว้ ตั้งใจเปิดโปร่งแบบไร้หลังคา นับเป็นดีไซน์แบบง่าย ๆ ที่ประหยัดทั้งพื้นที่และประหยัดงบประมาณได้ดีเลยทีเดียว

สนามหญ้าหน้าบ้านเป็นโซนพักผ่อนแสนสบายของคู่รัก พื้นดินที่ต่ำกว่าตัวบ้านเล็กน้อย ทำให้รู้สึกถึงความลื่นไหล ต่อเนื่องอย่างมีมิติ มีระเบียงหน้าบ้านเชื่อมต่อกับข้างบ้าน ซึ่งเป็นส่วนที่ติดกับกำแพงโรงจอดรถ บิลท์อินม้านั่งติดผนัง พร้อมกับเพิ่มฟังก์ชันด้านใต้ให้เก็บรองเท้าได้ บ้านสีขาวแบบมินิมอล จึงดูดี เป็นระเบียบอยู่เสมอ อ่านเพิ่มเติม

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น

ประตูบ้านเน้นเป็นประตูกระจกบานเฟี้ยม ทาวน์โฮมไม่จำเป็นต้องมีประตูทึบอีกต่อไป เนื่องด้วยกำแพงสีขาวทึบที่ล้อมบ้านไว้ ได้ทำหน้าที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างดีแล้ว ข้อดีของประตูกระจกที่เปิดกว้างได้ ทำให้พื้นที่ภายในบ้านที่มีอยู่อย่างจำกัดยิ่งดูโล่งสบาย ทั้งยังเปิดมุมมองจากภายในให้มองเห็นสวนหน้าบ้านได้อย่างเต็มตา

พื้นที่ภายในบ้านไม่ถึง 150 ตารางเมตร เพียงพอต่อการอยู่อาศัยของคู่รัก ชั้นล่างออกแบบให้มีความโปร่งสูง ด้วย Double Volume ตรงมุมนั่งเล่น จัดสรรครัว ไอซ์แลนด์ไว้ใกล้ ๆ เป็นฟังก์ชันที่คนยุคใหม่นิยม เพราะไม่เพียงแค่ประหยัดพื้นที่ใช้สอยแล้ว ยังช่วยให้ทุกส่วนของบ้านมีความเชื่องโยงถึงกันด้วย

พื้นขัดมันสีสว่าง ไม่เน้นการขัดเงา เป็นการเพิ่มความดิบแบบเบา ๆ โดยไม่ทำให้ภาพรวมของบ้านมินิมอลสีสว่างเสียสมดุลแบบบ้าน

เฟอร์นิเจอร์เกือบทุกชิ้นภายในบ้านมีไม้เป็นส่วนประกอบ สีน้ำตาลของไม้ ช่วยขับให้สีขาวดูโดดเด่น และขณะเดียวกันก็ช่วยลดความจืดชืด เพิ่มความนุ่มนวลและความอบอุ่นให้กับทุกพื้นที่ภายในบ้านมากขึ้น

จัดสรรพื้นที่ว่าง ๆ ก่อนเข้าห้องนอน เป็นมุมทำงานที่สามารถชะเง้อหน้าลงไปมองมุมนั่งเล่นชั้นล่างได้ ผนังฝั่งตรงกันข้ามเปิดช่องแสงตามแนวฝ้าเพดาน และด้านหน้ามีระเบียงเล็ก ๆ ตกแต่งให้สบายตาด้วยกระถางต้นไม้ การนั่งทำงานจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเพลิดเพลิน

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น

ผนังลายหินอ่อน พื้นแบ่งออกเป็นสองส่วน ตรงกลางเป็นพื้นไม้ที่ปูในลักษณะแนวตรงเสมือนทางเดิน ส่วนด้านข้างโรยหินสีเทา พยายามสร้างบรรยากาศให้เหมือนกำลังอาบน้ำในสวน เป็นไอเดียการดึงธรรมชาติเข้ามามีส่วนรวมในบ้านมินิมอลได้อย่างชาญฉลาดและลงตัว

เล่นมิติหลังคาให้มีระดับต่างกัน ด้านที่ติดกับเพื่อนบ้านมีระดับต่ำกว่าอีกด้าน นับเป็นการเชื่อมโยงกับชุมชน และแสดงออกถึงความเป็นมิตร แม้จะแตกต่างจากหลังอื่น แต่ก็ยังสอดรับเข้ากันได้เช่นเดิม

อีกไอเดียหนึ่งที่ช่วยประหยัดงบในการทำโรงจอดรถได้ นั่นคือการเลือกวัสดุปูพื้น บ้านหลังนี้เลือกใช้บล็อกช่องลมหรือซีเมนต์บล็อก นอกจากจะช่วยระบายน้ำได้แล้ว หญ้ายังสามารถเติบโตตรงช่องลมนั้นได้ด้วย ทำให้พื้นแลดูเป็นธรรมชาติ สวยงาม ได้ในงบประมาณไม่มาก  

บ้านสไตล์มินิมอล ชีวิตที่ไม่ต้องการอะไรเยอะ

บ้านสไตล์มินิมอล

หลาย ๆ คนมีรสนิยมในการสร้างบ้านและตกแต่งภายในที่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี และให้ความรู้สึกอบอุ่นสไตล์มินิมอล ซึ่งอารมณ์บ้านประมาณนี้จะมีความเป็นญี่ปุ่นแบบสมัยใหม่เข้ามามีอิทธิพลพอสมควร ด้วยภาพบ้านที่นำเสนอวัสดุคอนกรีต ไม้ สีอ่อน ๆ ดูเป็นธรรมชาติ น้อยแต่มากไม่รกตา มีเฉพาะสิ่งที่จำเป็นหลัก ๆ ในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นคนเซ็ปที่เจ้าของบ้านรุ่นใหม่ ๆ เก็บไปเป็นแรงบันดาลใจ เพราะจะได้พิจารณาตัดสิ่งที่เกินความจำเป็นออกจากพื้นที่ แล้วใช้ชีวิตอย่างสบายตัวสบายใจครับ

บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล เรียบง่ายอบอุ่น

บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่น เรียบง่ายด้วยดีไซน์และวัสดุหลังนี้ชื่อว่า Ueda’s House ในเมืองนาโงย่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นบ้านที่ออกแบบให้มีเส้นขอบรูปทรงเรขาคณิตชัดเจน โทนสีอ่อน ๆ เน้นวัสดุคอนกรีตไม่ทาสี ตัดด้วยลายไม้ธรรมชาติไม่เติมแต่งสีสันเช่นกัน ทำให้บรรยากาศของบ้านเต็มไปด้วยความสงบและอบอุ่น แฝงด้วยความใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ทันสมัยและอยู่สบายในบริบทเมืองแบบญี่ปุ่น

เมื่อเปิดบ้านเข้ามาจะเป็นห้องส่วนตัวในชั้นล่าง ผนังยังคงเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ พื้นบ้านปูด้วยไม้ ประตู บันไดก็ทำด้วยไม้เช่นเดียวกัน ผนังบ้านอีกด้านหนึ่งและชั้นบนใส่กระจกใส ตัวบันไดชั้นบนก็มีเพียงแผ่นไม้โปร่ง ๆ ไม่มีลูกนอน ทำให้บ้านดูโล่งสบายตา และสว่างด้วยแสงธรรมชาติที่ส่องลอดเข้ามาในบ้านได้จังหวะพอดี

บ้านสไตล์มินิมอล

ไฮไลท์ของบ้านหลังนี้อยู่ที่ชั้นสอง ซึ่งที่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีห้องนั่งเล่น ครัว และระเบียงที่เชื่อมผ่านกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่พิเศษ ทำให้ห้องนี้ดูโปร่งสบาย แสงแดดส่องผ่านเข้าไปภายในบ้านได้อย่างทั่วถึง เติมความอบอุ่นให้บ้านได้ในฤดูหนาวที่เย็นจัดในญี่ปุ่น ความใสของกระจกยังทำให้ผู้อยู่อาศัยมองออกไปเห็นวิวเมืองได้อย่างเป็นส่วนตัวแบบไม่มีอุปสรรคมาบดบังสายตา บริเวณกรอบประตูหน้าต่าง ฝ้าเพดานโชว์เค้าโครงไม้สวย ผนังฉาบด้วยคอนกรีตสีเทาตัดกับงานไม้และกระเบื้องสีขาว มองกี่ครั้งก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวล

มุมนั่งเล่นที่แสนสงบนุ่มสบายด้วยโซฟาผ้าสีเทาที่ไม่ได้ดูเรียบเสียจนไม่มีสีสัน เพราะแอบวางหมอนอิงสีส้มเข้มกับสีเหลืองเอาไว้คู่กัน สร้างชีวิตชีวาให้บ้านด้วยต้นไม้ ดอกไม้ที่ประดับตกแต่งตามจุดต่าง ๆ และเพิ่มความโปร่งเบาโรแมนติกด้วยผ้าม่านสีขาวที่ช่วยกรองแสงแดด

ห้องนอนชั้นล่างรับแสงที่ทะแยงมาจากช่องเปิดเหนือบันได ส่วนห้องใต้หลังคาที่ไม่มีพื้นที่ให้ใส่ช่องแสงบนผนังก็ไม่ขาดพื้นที่รับแสง เพราะสถาปนิกแก้ไขปัญหาด้วยการเจาะหลังคาใส่ช่องแสง Skylight รับแสงในมุมเฉียงตรงบริเวณเตียงพอดี ช่วยปลุกให้ตื่นมารับวันไหม่แสนสดชื่นก่อนใครในยามเช้า

Minimal Style’ แต่งบ้าน สไตล์มินิมอล ที่กําลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ คือสไตล์การตกแต่งที่เรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น หากแต่มากด้วยประโยชน์ รวมไปถึงการเลือกใช้งานสิ่งต่างๆ ตามความจําเป็นเท่านั้น ซึ่งจะถูกจัดวางอย่างมีระเบียบเรียบร้อย เอกลักษณ์ในการตกแต่งสไตล์มินิมอลนั้นมักจะมีโทนสีแบบโมโนโทนหรือสีอ่อนๆ รวมถึงการออกแบบที่มีเส้นสายตาที่ตรงและชาร์ป มีความสมดุลและความผ่อน คลาย เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่คัดสรรมาตกแต่งในบ้านสไตล์นี้ มักจะตอบสนองการใช้งานได้อย่างครบถ้วน ท่ามกลางความไม่มากไม่น้อยจนเกินพอดี การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลยังนิยมที่จะจัดพื้นที่สเปสให้มีความว่างและดูกว้างเข้าไว้ โดยไม่นิยมการสะสมสิ่งของหรือข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่จําเป็น การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลจึงดูเรียบง่าย น้อยชิ้น แต่ทว่าครบถ้วนในเรื่องของประโยชน์การใช้สอย การตกแต่งบ้านสไตล์นี้จึงเหมาะมากๆ สําหรับหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่รักความสงบและชอบการตกแต่งบ้านที่เน้นความสะอาด ปลอดโปร่ง โล่งสบายเป็นอย่างยิ่ง เราไปดูกันดีกว่าว่าข้อดีของการมีบ้านสไตล์มินิมอลและวิธีการตกแต่งบ้านของคุณให้เป็นสไตล์นี้ จะมีอะไรและต้องทําอย่างไรบ้าง

ข้อดีของการ แต่งบ้าน สไตล์มินิมอล

ความเครียดน้อยลง

ยิ่งมีของมาก ก็ยิ่งมีภาระวุ่นวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาต้องย้ายที่พัก ที่กว่าจะเก็บและย้ายข้าวของแต่ละทีต้องใช้เวลา แถมถ้าใครไม่มีรถส่วนตัว ก็อาจจะต้องคอยทะยอยย้ายของจากที่พักเก่า ไปยังที่ใหม่หลายรอบกว่าจะครบ ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด แต่ถ้าคุณมีของน้อยชิ้นที่เป็นของที่มีประโยชน์ต่อการใช้สอยจริงๆ นอกจากจะไม่ทำให้บ้านรกไปด้วยของใช้ที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังทำให้บ้านของคุณดูเรียบง่าย เห็นแล้วรู้สึกสบายตา สบายใจได้อีกด้วยนะ

ทำให้บ้านดูน่าดึงดูดมากขึ้น

ลองนึกถึงภาพถ่ายของบ้านที่เต็มไปด้วยของใช้มากมาย กับภาพของบ้านสไตล์มินิมอลที่ดูเผินๆ แล้วดูเรียบไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วแฝงไว้ด้วยความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์เรียบหรู งานศิลปะดีๆ สักชิ้น และของตกแต่งบ้านน้อยชิ้น แต่ว่าแต่ละอันช่างดูเก๋ไก๋เหลือเกิน ซึ่งบ้านสไตล์มินิมอลแบบนี้ต่างหาก ที่เห็นเมื่อไหร่แล้วต้องทำให้เราหยุดดู ดึงความสนใจได้ดีนักเชียว ซึ่งถ้าคุณอยากให้บ้านของคุณดูน่าดึงดูดมากขึ้น ก็สามารถลองแต่งบ้านให้เป็นสไตล์มินิมอลดูได้

ทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

แค่คิดว่าจะต้องทำความสะอาดบ้านที่เต็มไปด้วยของตกแต่ง ของใช้มากมาย ก็รู้สึกเหนื่อยแล้วใช่ไหมล่ะ เวลาจะปัดกวาด เช็ดถู หรือดูดฝุ่นที ก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมงทีเดียว แถมยิ่งของเยอะเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยขึ้นเท่านั้น ซึ่งสามารถนำไปสู่ข้อแรกคือ ทำให้เครียดและหงุดหงิด (เพราะใครจะอยากมานั่งทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ?) แต่ลองนึกภาพถ้าบ้านของคุณมีของน้อยชิ้นดูสิ ทำความสะอาดแป๊ปเดียวก็เสร็จ แถมยังมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้นอีกต่างหาก

หน้าตาของบ้านสไตล์มินิมอล ควรเป็นอย่างไร

เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น

หลักง่ายๆ สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล อย่างแรกเลยคือเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ บ้านหรือห้องสไตล์มินิมอลจะเน้นการตกแต่งเท่าที่จำเป็น แต่ดูดีมีสไตล์ ตามปรัชญาแนวคิด ‘Less is More’ หรือน้อยแต่มากด้วยประโยชน์ เพราะฉะนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ก็จะเป็นแต่ของที่ essential หรือสำคัญต่อการใช้ชีวิตจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ในห้องรับแขกก็อาจจะมีแค่โซฟายาวสักหนึ่งตัว เก้าอี้ หรือโซฟา love seat โต๊ะกาแฟ ชั้นวางของแบบมินิมอลิสต์ (ที่ไม่ได้เป็นแบบมีชั้นอะไรเยอะแยะ) ทีวีหนึ่งเครื่อง แล้วก็อาจจะมีโป๊ะไฟสัก 1-2 อัน ส่วนห้องนอนก็จะเน้นไปที่เตียงแบบเรียบๆ โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะวางของข้างหัวเตียงและชั้นหนังสือ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นประโยชน์การใช้สอยที่สอดคล้องและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่พักอาศัยเป็นสำคัญ

พื้นผิวที่วางของดูสะอาด เรียบร้อย

อย่างที่บอกว่าบ้านสไตล์มินิมอลจะมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เพราะฉะนั้นตามชั้นวางของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ หรือ shelf ต่างๆก็จะมีการวางของที่น้อย อย่างมากก็แค่ 1-2 อย่างเท่านั้น ของกระจุกกระจิกนี่แทบไม่มีให้เห็น ส่วนถ้าเป็นพวกหนังสือ หรือนิตยสาร ก็จะมีการจัดวางอย่างมีระเบียบ เรียบร้อย ทุกอย่างเน้นความสบายตาเป็นหลัก

ของน้อยจริง แต่ไม่ทิ้งความมีสไตล์

บ้านที่มีของน้อยในสเปสที่โล่งๆ อาจดูน่าเบื่อได้เหมือนกัน ดังนั้นแทนที่คุณจะมีโต๊ะกาแฟที่ปราศจากสิ่งของใดๆ คุณก็อาจจะตกแต่งมันด้วยแจกันดอกไม้เก๋ๆ สักชิ้นหรือนิตยสารไลฟ์สไตล์หน้าปกสวยๆ สัก 1-2 เล่ม ส่วนโต๊ะทำงาน ก็อาจจะวางกรอบรูปถ่ายของครอบครัว แล้วถ้ากลัวว่าผนังห้องจะดูโล่งจนเกินไป ลองหางานศิลปะชิ้นใหญ่เจ๋งๆ สักชิ้นมาติด ก็สามารถสร้างบรรยากาศห้องให้ดูน่าอยู่ และมีความ homey มากขึ้น

คุณภาพ สำคัญกว่าปริมาณ

การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ต้องมีระบบการจัดเก็บของที่ดี เพื่อความสะอาดและความเป็นระเบียบ เพราะฉะนั้นการออกแบบห้อง มักจะออกแบบให้ถูกซ่อนอย่างกลมกลืนไปกับอาคารหรือเครื่องเรือน อย่างเช่นการออกแบบผนัง พื้นที่ใต้บันได หรือมุมต่างๆ ให้สามารถซ่อนตู้ หรือลิ้นชักเก็บของได้ โดยออกแบบหน้าบานต่างๆ ให้กลมกลืนไปกับผนังห้องเป็นต้น

วิธีการตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์มินิมอล

นอกจากจะยึด 4 ข้อทางด้านบนเป็นหลักแล้ว ทิปส์เหล่านี้ก็มีประโยชน์ในการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลเช่นกัน

ตกแต่งไปทีละห้อง

ถ้าคุณเพิ่งย้ายเข้าที่ใหม่ การจะตกแต่งบ้านหรือห้องคอนโดทั้งหมดพร้อมๆ กันอาจจะยากเกินไป เพราะฉะนั้น ลองเริ่มจากการตกแต่งห้องเพียงหนึ่งห้องก่อน อย่างเช่น ห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น ฃที่คุณชอบใช้เวลาอยู่ในนั้นบ่อยๆ ลองค่อยๆ ตกแต่งไปทีละเล็กละน้อยจนคุณพอใจ เสร็จแล้วใช้ห้องที่คุณเพิ่งตกแต่งเสร็จนี่แหละ  เป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องต่อๆ ไป

เริ่มจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์

แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้ห้องสักห้องดูสวยงาม น่าอยู่ ก็คือเฟอร์นิเจอร์ สำหรับบ้านสไตล์มินิมอล คุณควรเริ่มจากการลดทอน (simplify) ห้องสักห้อง ฃด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ให้น้อย (น้อยในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าแทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์เหลือให้ใช้เลยนะ) ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นจริงๆ ทิ้งไป โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่คุณควรเลือก ก็คือพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่าย แต่มีดีไซน์ที่สวยงาม ในโทนสีเข้ม หรืออ่อนก็ได้แล้วแต่ความชอบ

เลือกเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของที่มีประโยชน์จริงๆ

เวลาคุณกำลังเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ให้ถามตัวเองว่าของสิ่งนี้มีความจำเป็นที่จะต้องมีหรือเปล่า เช่นเดียวกับเวลาจัดบ้านใหม่ ถ้ามีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่คุณรู้สึกว่าก็อยู่ได้โดยที่ไม่มีมัน นั่นก็หมายความว่าคุณควรกำจัดมันออกไปซะ เพราะอย่าลืมว่าหัวใจสำคัญในการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลก็คือ การมีเฟอร์นิเจอร์ และของใช้สอยต่างๆ ที่มีประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตจริงๆ